ไม่มีความเห็น

มาเด้ คอลลาเจน (MADE Collagen) กับ เมโสหน้าใส (Mesotherapy) แตกต่างกันอย่างไร

made collagen-กับ-เมโสหน้าใส-Mesotherapyแตกต่างกันอย่างไร

มาเด้ คอลลาเจน (MADE Collagen) กับ เมโสหน้าใส (Mesotherapy) แตกต่างกันอย่างไร

            หลายๆคนคงมีความสงสัยว่ามาเด้คอลลาเจน (MADE Collagen) กับ เมโสหน้าใส (Mesotherapy) นั้นแตกต่างกันอย่างไร?

หรือบางคนอาจจะไม่รู้เลยว่า มาเด้ คอลลาเจน (MADE Collagen) และ เมโสหน้าใส (Mesotherapy) คืออะไร? และช่วยอะไร?
วันนี้เรามีบทความที่จะช่วยให้สาว ๆ ได้ทำความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับ มาเด้ คอลลาเจน (MADE Collagen) และ เมโสหน้าใส (Mesotherapy) มาฝากกันค่ะ สาวๆจะได้นำไปพิจารณา ประกอบการตัดสินใจ ก่อนที่จะเลือกฉีดตัวใดตัวหนึ่งตามความเหมาะสมกับสภาพผิวของเรา ถ้าพร้อมแล้ว เรามาดูข้อมูลเหล่านี้กันเลย !
มาเด้ คอลลาเจนคืออะไร
มาเด้ คอลลาเจนคืออะไร

 

1.มาเด้ คอลลาเจน (MADE Collagen)

“มาเด้ คอลลาเจน (MADE Collagen)” คืออะไร?
มาเด้คอลลาเจน(MADECollagen)ตัวยาที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ ซึ่งประกอบไปด้วยแร่ธาตุเอนไซม์ วิตามินรวม และเซลล์บำบัด คือ พลาสเซนต้า(Placenta)และคอลลาเจน(Collagen)โดยสารทั้งหมดนี้จะต้องผ่านกระบวนการเตรียมสูตรยาแบบ“โฮมีโอพาธีย์”(Homeopathy)ซึ่งเป็นศาสตร์บำบัดจากเยอรมนีโดยมีหลักการคือ“ใช้สิ่งที่คล้ายกันมารักษาสิ่งที่คล้ายกัน” เหมือนกับหลักการการฉีดวัคซีนนั่นเอง
การฉีดมาเด้ คอลลาเจน @charmer clinic
การฉีดมาเด้ คอลลาเจน @charmer clinic

 “หลักการและวิธีการทำงานของ มาเด้ คอลลาเจน (MADE Collagen)”
เราจะใช้ตัวยามาเด้คอลลาเจน(MADECollagen) นี้ไปกระตุ้นคอลลาเจนและวิตามินที่มีความสำคัญต่อผิว โดยหลักการคือจะใช้เข็มฉีดยาฉีดลงไปบริเวณ16จุดฝังเข็มทั่วใบหน้า เพื่อที่จะกระตุ้นต่อมน้ำเหลืองใต้ผิวหนังให้ไหลเวียนดียิ่งขึ้น โดยตัวยา มาเด้ คอลลาเจน (MADE Collagen) จะออกฤทธิ์เป็น 4 ขั้น ได้แก่
  • Detoxification:คือการขับสารพิษและของเสียที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอยออกจากร่างกายโดยตัวยามาเด้คอลลาเจน(MADECollagen) จะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของอวัยวะที่ทำหน้าที่ขับของเสียออกจากร่างกาย ได้แก่ ตับ ไต ลำไส้ และต่อมน้ำเหลือง ให้ขับสารพิษออก เพื่อช่วยในการดูดซึมอาหารใหม่ ๆ เข้าไปบำรุงร่างกายได้
  • Metabolism:ตัวยามาเด้คอลลาเจน(MADECollagen) จะช่วยเร่งกระบวนการไหลเวียนของเลือดและระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นและฟื้นฟูตัวเองได้
  • NutrientsandCellTherapy:คือตัวเซลล์เนื้อเยื่อ และสารอาหารในปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกาย เพื่อฟื้นฟูผิวพรรณและสุขภาพให้ดีขึ้น
  • Restructuring: เป็นสารปรับสมดุลให้ร่างกายใหม่ ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดี แข็งแรง ทำให้ผิวสวยใส ผิวแข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก

 

 “มาเด้ คอลลาเจน (MADE Collagen) ช่วยเรื่องอะไร?”

มาเด้คอลลาเจน(MADECollagen)สามารถช่วยลดสิวอักเสบสิวผื่น อาการแพ้บริเวณผิวหนังเปลี่ยนจากผิวแห้งกร้านมาเป็นผิวนุ่มชุ่มชื้น ทำให้ผิวกระจ่างใส รูขุมขนกระชับ ผิวหน้าเนียนนุ่ม ดูอ่อนเยาว์ขึ้น นอกจากนี้
 มาเด้ คอลลาเจน (MADE Collagen) ยังช่วยทำให้ผิวสุขภาพดี ลดเลือนริ้วรอยต่างๆบนใบหน้าลงและช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนของน้ำเหลือบริเวณใบหน้าให้ดีขึ้นอีกด้วย

 “มาเด้ คอลลาเจน (MADE Collagen) เหมาะกับใคร?”

            คนที่มีปัญหาสิวเรื้อรัง ฮอร์โมนผิดปกติ อายุมากแล้วแต่ก็ยังเป็นสิวอยู่ เจ้า มาเด้ คอลลาเจน (MADE Collagen) นี้จะเข้าไปช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนร่างกายให้เป็นปกติ ทั้งยังเหมาะกับคนที่ผิวแพ้ง่าย คนที่มีฝ้าฮอร์โมน และผู้ที่ต้องการจะฟื้นฟูสภาพผิวพรรณที่อ่อนล้าอีกด้วย ถ้าสาวๆมีปัญหาผิวหน้าตามที่กล่าวมาข้างต้นนี้แล้ว แนะนำให้ลองฉีด มาเด้ คอลลาเจน (MADE Collagen) ดูค่ะ จะช่วยให้หน้าเราดีขึ้นมาก ๆ

 “มาเด้ คอลลาเจน (MADE Collagen) ต้องฉีดบ่อยแค่ไหน?”

    โดยปกติแพทย์จะฉีดมาเด้ คอลลาเจน (MADE Collagen) ประมาณ 10 ครั้งต่อเนื่อง ซึ่งอาจเว้นระยะห่างประมาณ 1 – 2 สัปดาห์/ครั้ง แต่ถ้าสำหรับสาวๆคนไหนที่มีปัญหาไม่เยอะมาก ก็อาจจะฉีดเพียงแค่ 1 ครั้ง/เดือน ก็ได้ และหลังจาก 10 เข็ม ให้ฉีดต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ครั้ง ในทุก 1 – 3 เดือนเพื่อรักษาผลลัพธ์ให้ดีไว้อย่างยั่งยืน

 “ผลข้างเคียง หลังฉีด มาเด้ คอลลาเจน (MADE Collagen)”

 หลังฉีดมาเด้ คอลลาเจน (MADE Collagen) อาจพบรอยแดงเป็นตุ่มนูนขึ้นมาจากรอยเข็ม แต่ภายใน 3 – 4 ชั่วโมงจะหายไป โดยหลังจากการฉีดไม่ควรนวดบริเวณผิวที่ถูกฉีดในทันที ไม่เกาหรือเช็ดถูบริเวณนั้น งดทาครีมบริเวณรอยเข็ม 1 คืน หากมีรอยช้ำ หรือแดง สามารถประคบเย็นได้ตามคำแนะนำของแพทย์

 “หลังฉีด มาเด้ คอลลาเจน (MADE Collagen) ควรดูแลตัวเองอย่างไร?”

หลังฉีด มาเด้ คอลลาเจน (MADE Collagen) ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด ทาครีมกันแดดทุกครั้ง ดื่มน้ำสะอาดวันละ 2 ลิตร นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่แกะสิว บีบสิว ขัดผิว หรือทำอะไรที่รบกวนผิวหน้า

meso หน้าใส
meso หน้าใส
2. เมโสหน้าใส (Mesotherapy)
 “เมโสหน้าใส (Mesotherapy) คืออะไร?”  เมโสหน้าใส (Mesotherapy) คือ การฉีดวิตามินต่าง ๆ เข้าสู่ผิวหน้าเพื่อให้ผิวหน้าสดใส จัดได้ว่าเป็นทรีทเมนท์อีกแบบหนึ่ง โดยเจ้า เมโสหน้าใส (Mesotherapy) นี้จะเป็นวิตามินที่เมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะช่วยเพิ่มคอลลาเจน ผลัดเซลล์ผิวเก่าแล้วสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวกลับมาสดใสเปล่งปลั่ง ซึ่ง เมโสหน้าใส (Mesotherapy) จะสามารถถูกแบ่งออกมาได้ 3 กลุ่ม คือ
  • กลุ่มหน้าขาว: มีส่วนผสมต่าง ๆ ที่ทำให้หน้าขาว ได้แก่ Vitamin A, B, C, E Transamin, Glutatione เป็นต้น
  • กลุ่มหน้าใส: มีส่วนผสมต่าง ๆ ที่ทำให้หน้าใสขึ้น โดยมี คอลลาเจน และ โคเอนไซม์ เป็นหลัก ทำให้ผิวชุ่มชื้นและกระชับรูขุมขน
  • กลุ่มลดสิว: มีส่วนผสมต่าง ๆ ที่ช่วยลดสิว ผดผื่น ลดการอักเสบ ขับสารพิษ โดยมีคอลลาเจน ช่วยให้ต่อมไขมันทำงานลดลง ซึ่งในกลุ่มที่ 3 นี้ เราจะเรียกว่า มาเด้ คอลลาเจน (MADE Collagen) นั่นเอง

 “หลักการและวิธีการทำงานของ เมโสหน้าใส (Mesotherapy)”

            เมโสหน้าใส (Mesotherapy) เป็นเหมือนการให้อาหารผิวโดยฉีดสารบำรุงที่มีประโยชน์ ซึ่งมีวิธีการฉีดอยู่ทั้งหมด 2 แบบ ได้แก่
  • ฉีดเมโสหน้าใส (Mesotherapy) แบบสะกิด: โดยแพทย์จะใช้เข็มฉีดยาสะกิดทั่วผิวหน้าเป็นจุดเล็ก ๆ เพื่อให้วิตามินซึมซาบเข้าสู่ผิว โดยวิตามินจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับชั้นผิว
  • ฉีดเมโสหน้าใส (Mesotherapy) แบบ 16 จุด: โดยแพทย์จะใช้เข็มฉีดยาฉีดตามทิศทางการไหลเวียนของต่อมน้ำเหลือง ทำให้วิตามินซึมเข้าผิว

 “เมโสหน้าใส (Mesotherapy) ช่วยเรื่องอะไร?”

เมโสหน้าใส (Mesotherapy) จะช่วยทำให้หน้ากระจ่างใส ลดความหมองคล้ำของใบหน้า ลดเรือนริ้วรอยจาก สิว กระ ให้จางลง กระชับไขมันส่วนเกิน และนอกจากนี้ยังช่วยรักษาฝ้าได้อีกด้วย

 “เมโสหน้าใส (Mesotherapy) เหมาะกับใคร?”เหมาะมาก ๆ กับคนที่ขี้เกียจทาครีม คนที่ต้องการผลลัพธ์ไวกว่าการทาครีม คนที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ทำงานหนัก อดหลับอดนอน ถ้าหากสาว ๆ คนไหน มีปัญหาดังที่กล่าวมาข้างต้นนี้ รับรองว่า เมโสหน้าใส (Mesotherapy) ช่วยคุณได้แน่นอนค่ะ

 “เมโสหน้าใส (Mesotherapy) ต้องฉีดบ่อยแค่ไหน?”

ใน 1 เดือนแรกควรมาฉีดเมโสหน้าใส (Mesotherapy) อาทิตย์ละครั้ง และหลังจากนั้นให้มาฉีดทุก ๆ 2 อาทิตย์เพื่อคงสภาพผลลัพธ์เอาไว้ โดยจะเริ่มเห็นผลประมาณตั้งแต่ 3 วันหลังฉีด และเห็นผลเต็มที่ประมาณ 7 – 14 วัน ซึ่งการฉีดเมโสหน้าใส (Meso Therapy) นั้นผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 1 – 2 เดือน

“ผลข้างเคียงหลังฉีดเมโสหน้าใส (Mesotherapy)”

เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นกังวลเลยค่ะ การฉีดเมโสหน้าใส (Mesotherapy) อาจมีอาการบวมหรือรอยแดงเกิดขึ้นภายหลังจากการฉีด แต่อาการเหล่านี้จะหายไปเองภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ฉีดเสร็จแล้ว
 

“หลังฉีด เมโสหน้าใส (Mesotherapy) ควรดูแลตัวเองอย่างไร?”

    หลังทำให้อย่านวดบริเวณผิวที่ทำ ให้ปล่อยตัวยาให้แพร่กระจายไปเอง งดทาครีมบริเวณที่มีรอยเข็ม 1 คืน สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติหลังจากล้างหน้า หากเกิดรอยแดง หรือรอยช้ำ บริเวณจุดที่ฉีด ให้ประคบเย็นตามคำแนะนำของแพทย์ใน 48 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นให้ประคบอุ่น
 โดยสรุปแล้วหากถามว่า “มาเด้ คอลลาเจน (MADE Collagen) กับ เมโสหน้าใส (Mesotherapy) แตกต่างกันอย่างไร?
 อาจสรุปได้ว่า มาเด้ คอลลาเจน (MADE Collagen) จัดได้ว่าเป็น เมโสหน้าใส (Mesotherapy) ชนิดหนึ่ง แต่ว่าจะเป็นชนิดที่ช่วยแก้ปัญหาสำหรับคนที่มีสิวอักเสบ สิวผดผื่น สิวเรื้อรัง สิวฮอร์โมนโดยเฉพาะ 
ในขณะที่ เมโสหน้าใส (Mesotherapy) จะเน้นเรื่องความขาว ใส มากกว่า เหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้มีปัญหาสิว หรือปัญหาผิวหน้าหนักมาก แต่ทั้งนี้ ทั้งสองตัวไม่ว่าจะเป็น มาเด้ คอลลาเจน (MADE Collagen) หรือ เมโสหน้าใส (Mesotherapy) ก็ช่วยทำให้ผิวหน้าดีขึ้น ขาว ใส ขึ้นเหมือนกันค่ะ
 แต่ถ้าหากสาว ๆ คนไหน ยังมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรือยังไม่แน่ใจว่า เอ๊ะ? ผิวหน้าของเราเป็นแบบไหน?เหมาะกับฉีดมาเด้คอลลาเจน(MADE Collagen) หรือ เมโสหน้าใส (Mesotherapy) กันแน่?
 ขอแนะนำให้สาว ๆ เข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราได้เลยนะคะ ชาเมอร์คลินิกยินดีต้อนรับและให้คำปรึกษาสาว ๆ ทุกท่าน ทั้งนี้อย่าลืมว่า จะต้องเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัย เชื่อถือได้ด้วยนะคะ เรื่องนี้สำคัญมาก ๆ หากไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดี ลองแวะมาที่ชาเมอร์คลินิกดูนะคะ ^^
รีวิวมาเด้ คอลลาเจน (made collagen)
รีวิวมาเด้ คอลลาเจน (made collagen)
รีวิวมาเด้ คอลลาเจน (made collagen)

 

รีวิว เมโสฝ้า meso theraphy
รีวิว เมโสฝ้า meso theraphy
รีวิวเมโสฝ้า white extream charmer clinic
รีวิวเมโสฝ้า white extream charmer clinic

 

📌 คลิกอ่านบทความ 9 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีด MADE Collagen https://bit.ly/3kePdjZ
📌 คลิกดูวีธีการทำมาเด้ คอลลาเจน https://bit.ly/2XsTwOQ
📌 การฉีด LLD Fat และ Fat Bomb คืออะไร แตกต่างจาก Meso Fat แบบเดิมอย่างไร  https://bit.ly/3q9JuyO
📌 10 คำถามที่พบบ่อยหลังฉีดเมโสแฟต (Meso Fat) https://bit.ly/3bZuaMM
📌Fat Bomb แฟตบอม ฉีดสลายไขมันแก้ม เหนียง ลดไขมัน เร็วทันใจ https://bit.ly/39or5YV

 

ฝากกดติตตามความงามสาระดีๆ
กดติดตามเพจ FB https://www.facebook.com/charmerclinic2you/
กดติดตาม Tiktok https://www.tiktok.com/@charmerclinic
กดติตตามช่อง Youtube https://bit.ly/2PZiVeR
กดติดตาม IG https://bit.ly/2PYXTwY
กดติดตาม Twitter https://twitter.com/CharmerClinic
กดอ่านบทความดีๆอัพเดท https://charmerclinic2you.com/
สนใจสอบถามปรึกษาแพทย์/นัดคิว
จองคิวที่📲 call center 085-9192768
🦋 สาขารัชดา (MRTรัชดาภิเษก) โทร 094-559-8748
🦋 สาขาอุดมสุข(บางนาโทร 095-521-0666
🦋 สาขาเพชรเกษม 69 (Victoria Gardens) โทร 095-058-3666
🦋 สาขารังสิต (ตรงข้ามฟิวเจอร์พาร์ค) โทร 094-696-5322
🦋 สาขา สุขุมวิท39 (ตึก Bio House) โทร 093-241-4969
🦋 สาขา ราชพฤกษ์ (The Walk ชั้น2) โทร 081-444-6395
🦋 สาขาวัชรพล (The Platinum Place ) โทร 098-154-4454
 #ความสวยของคุณคือเป้าหมายของเรา #ชาเมอร์คลินิก #เมโสหน้าใส #มาเด้คอลลาเจน #Mesotherapy #MADECollagen #charmerclinic
Share this

“ความสวยของคุณ คือเป้าหมายของเรา”

จองคิวที่ call center 085-9192768

สาขารัชดา โทร 094-5598748
สาขาอุดมสุข(บางนา) โทร 095-521-0666
สาขาเพชรเกษม 81 โทร 095-058-3666
สาขารังสิต โทร 094-696-5322
สาขาสุขุมวิท 39 โทร 093-241-4969
สาขาราชพฤกษ์ โทร 081-444-6395
สาขา วัชรพล โทร 098-154-4454

 

ท่านสามารถแสดงความคิดเห็นที่ข้อสงสัยได้ที่ด้านล่างนี้

บทความที่น่าสนใจ