ไม่มีความเห็น

สลายไขมัน ลดเซลลูไลท์ ด้วย RF (Radio-Frequency) ตัวช่วยในการกระชับสัดส่วนร่างกาย

สลายไขมัน, ลดเซลลูไลท์, RF (Radio-Frequency)

สลายไขมัน ลดเซลลูไลท์ ด้วย RF (Radio-Frequency)

ปัญหาไขมันสะสมเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การทานอาหารที่มากเกินไปหรือร่างกายได้รับพลังงานและสารอาหารบางอย่างเกินกว่าที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน โดยเฉพาะสารอาหารไขมันและคาร์โบไฮเดรต, หรือเกิดจากระบบเผาผลาญบกพร่องจากพันธุกรรม, การขาดการออกกำลังกาย เป็นต้น การกำจัดไขมันส่วนเกินนั้นสามารถทำได้เอง แต่อาจต้องใช้ความอดทน ความสม่ำเสมอ และใช้เวลานาน จึงถือเป็นเรื่องยากสำหรับหลายๆ คนที่จะลดไขมันส่วนเกินได้สำเร็จ 
ปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆ ได้พัฒนาให้เรามีชีวิตที่สะดวกสบายมากขึ้น รวมถึงเรื่องการลดไขมันด้วย! โดยมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้สะดวกง่ายขึ้นก็คือการทำRF” (Radio-Frequency) ตัวช่วยสลายไขมันและช่วยลดเซลลูไลท์ ซึ่งเทคโนโลยีนี้  “RF” (Radio-Frequency) ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยสลายไขมันที่สะสมในร่างกายมายาวนานได้ และช่วยกำจัดเซลลูไลท์ อีกทั้งบอกลาปัญหาผิวเปลือกส้มจากไขมันได้ดีและมีประสิทธิภาพ

 

RF (Radio-Frequency) คืออะไร

RF (Radio-Frequency) คืออะไร

RF (Radio-Frequency) คือ คลื่นวิทยุความถี่สูงที่นำมาใช้ในด้านความสวยความงาม ปัจจุบันมีการพัฒนาเครื่อง RF ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยมักนิยมใช้แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย และยกกระชับสัดส่วน ลดเซลลูไลท์ หน้าท้อง ต้นขา เเขนเหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากใช้เข็มโดยไม่เจ็บตัวสามารถนอนทำได้ชิวๆ ไม่ต้องการผ่าตัด และไม่มีเวลาพักฟื้น นอกจากนี้ยังสามารถช่วยสลายไขมันสะสม ลดเซลลูไลท์สะสมได้อีกด้วย 
หลักการทำงานของเครื่อง RF (Radio-Frequency) คือจะปล่อยคลื่นวิทยุในช่วงความถี่ 0.3-0.5 MHz เข้าสู่ผิวหนังชั้นบนผ่านแท่งโลหะ หรือหัวโลหะขนาดต่างๆ เพื่อไปเพิ่มอุณหภูมิของผิวหนังในชั้นที่ลึกลงไป ส่งผลให้เกิดการไหลเวียนของเลือด น้ำเหลือง และของเหลวในร่างกาย โดยจะทำการนวดผ่านผิวหนังในแต่ละชั้น นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนรูปของพลังงานจากภายใน ทำให้อุณหภูมิในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง ดังนี้
  1. ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) เป็นผิวหนังชั้นบนสุด คลื่นวิทยุ RF จะกระตุ้นให้เกิดให้เกิดการแบ่งตัวของเซลล์เพิ่มขึ้น ทำให้รูขุมขนเล็กลง ริ้วรอยดูตื้นขึ้น ผิวดูเรียบเนียน และดูขาวใสมากขึ้น
  2. ชั้นหนังแท้ (Dermis) เป็นผิวหนังชั้นถัดลงมา คลื่นวิทยุ RF จะไปกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสตินมากขึ้น ทำให้ผิวที่หย่อนคล้อย กระชับ เต่งตึง และยืดหยุ่นมากขึ้น
  3. ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) เป็นชั้นที่อยู่ในสุดของชั้นผิวหนัง คลื่นวิทยุ RF จะไปสลายไขมันหรือลดการสะสมของไขมันส่วนเกิน ลดเซลลูไลท์ พร้อมกับช่วยกระชับสัดส่วนให้ดูเต่งตึง ผิวดูเฟิร์มมากขึ้น

 

ข้อดีของการทำ RF (Radio-Frequency) 

ข้อดีของการทำ RF (Radio-Frequency) 

  • ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย 
  • ช่วยกำจัดไขมันสะสมใต้ผิวชั้นลึก
  • ช่วยสลายไขมันส่วนเกิน ลดเซลลูไลท์
  • ช่วยเร่งให้เกิดการเผาผลาญไขมันในร่างกาย 
  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องใช้เข็ม ไม่เจ็บ เห็นผลเร็ว และไม่ต้องพักฟื้นผิวหลังทำ
ไขมันส่วนเกิน เกิดจากอะไร

ไขมันส่วนเกิน เกิดจากอะไร

  1. กรรมพันธุ์ การเกิดไขมันส่วนเกิดสามารถส่งทอดมาจากพันธุกรรมของคนในครอบครัวได้
  2. เพศและอายุ ผู้ชายจะมีกล้ามเนื้อมากกว่าผู้หญิง กล้ามเนื้อจะช่วยเผาผลาญพลังงานและไขมันได้มาก ผู้หญิงจึงมักอ้วนง่ายกว่าผู้ชาย และลดน้ำหนักได้ยากกว่า รวมถึงเรื่องของอายุ เมื่ออายุเยอะขึ้นก็จะทำให้อัตราการเผาผลาญต่ำลง ซึ่งทำให้เกิดไขมันสะสมได้มากขึ้น
  3. การทานอาหารที่มากเกินไป หากทานอาหารที่ให้พลังงานสูงเป็นประจำ ก็จะทำให้มีไขมันสะสม มีน้ำหนักเกินได้ โดยเฉพาะอาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารที่มีน้ำตาล ไขมัน และแป้งสูง
  4. การขยับร่างการน้อยหรือไม่ออกกำลังกาย การนั่งอยู่กับที่นานๆ ไม่ค่อยได้ลุกเดินไปไหน ก็จะทำให้ร่างกายไม่เกิดเผาผลาญพลังงานและไขมันนั่นเอง

RF (Radio-Frequency) ช่วยลดไขมันได้จริงมั้ย

ตามหลักการทำงานของคลื่น RF ที่สามารถส่งความร้อนได้ลึกถึงผิวหนังชั้นลึก จึงสามารถช่วยสลายไขมันในชั้นไขมันได้จริง ทั้งนี้ก่อนทำควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่าปัญหาของเราเหมาะกับการทำ RF (Radio-Frequency) หรือไม่ และจะเห็นผลมากน้อยแค่ไหนก่อนตัดสินใจใช้บริการ

RF (Radio-Frequency) เหมาะกับใครบ้าง

  • คนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผิวดูไม่กระชับ ผิวดูไม่สดใส
  • คนที่มีไขมันส่วนเกินสะสม และอยากปรับรูปร่างให้เข้าที่เร็วๆ
  • คนที่มีปัญหาเซลลูไลท์ในบริเวณที่ลดยาก เช่น หน้าท้อง ต้นขา สะโพก
  • คนที่กลัวเจ็บ กลัวเข็ม ไม่ต้องการผ่าตัด หรือไม่มีเวลาพักฟื้น

RF (Radio-Frequency) ต้องทำบ่อยแค่ไหนถึงจะเห็นผล

หลังทำ RF (Radio-Frequency) ครั้งแรกก็จะรู้สึกว่าสัดส่วนเริ่มลดลง ผิวกระชับและเรียบเนียนมากขึ้น ทั้งนี้การลดลงของไขมันจะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับสภาพผิวหนังและชั้นไขมัน รวมถึงอายุของผู้ทำการรักษาด้วย โดยสามารถทำห่างกันได้ 2-4 สัปดาห์ อย่างน้อย 3-4 ครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ความแตกต่าง RF (Radio-Frequency) และ Therma

ความแตกต่าง RF (Radio-Frequency) และ Thermage

“RF” (Radio-Frequency) คือ เทคโนโลยีความถี่คลื่นวิทยุที่มีการปล่อยคลื่นไฟฟ้าอ่อนๆ ในช่วงความถี่ 0.3-0.5 MHz สามารถช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ยกกระชับสัดส่วน และช่วยสลายไขมัน ลดเซลลูไลท์ แก้ผิวเปลือกส้มได้ ส่วน “Thermage” เป็นคลื่น Radio Frequency (RF) แบบขั้วเดียว หรือ Monopolar RF โดยจะปล่อยพลังงานความร้อนลงไปสะสมในชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมัน ทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน นิยมใช้เพื่อยกกระชับผิวหน้าและแก้ปัญหาริ้วรอยต่างๆ ซึ่งประสิทธิภาพของเครื่อง ความลึก ความแม่นยำที่ลงสู่ผิวจะมีความแตกต่างกัน
แม้จะเป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นวิทยุเหมือนกัน แต่เป็นคลื่น RF(Radio-Frequency) คนละชนิดกัน ประสิทธิภาพของเครื่อง ความลึก ความแม่นยำที่ลงสู่ผิวก็จะมีความแตกต่างกัน การทำ Thermage จะเหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับให้ผิวดูเรียบเนียน ส่วนการทำ “RF” (Radio-Frequency) จะเหมาะกับคนที่อยากลดไขมันสะสม ลดเซลลูไลท์ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย แก้ปัญหาผิวเปลือกส้มได้ดีมากกว่า เพราะคลื่นวิทยุ RF สามารถลงไปสลายไขมันได้ลึกถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนัง พร้อมกับช่วยกระชับสัดส่วน ช่วยปรับสภาพผิวให้ดูเรียบเนียนมากขึ้น 

 

RF (Radio-Frequency) ถือเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ไขปัญหาผิวพรรณได้ตั้งแต่ปัญหาริ้วรอย ช่วยยกกระชับผิว ไปจนถึงการกำจัดไขมันที่สะสมใต้ผิวชั้นลึก และช่วยลดเซลลูไลท์ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะหลักการทำงานของคลื่น RF (Radio-Frequency) นั้นสามารถส่งความร้อนได้ลึกถึงผิวหนังชั้นลึก จึงช่วยสลายไขมันในชั้นไขมันได้จริง! ก็ถือเป็นตัวช่วยที่เหมาะสำหรับคนที่พยายามลดไขมันด้วยตัวเองแล้วไม่สำเร็จ หรือคนที่ต้องการลดไขมัน กระชับสัดส่วนอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำเสมอเพื่อให้แพทย์ประเมินว่าปัญหาของเรานั้นเหมาะกับการทำ RF (Radio-Frequency) หรือไม่เพื่อจะได้เห็นผลลัพธ์ที่ดีตามต้องการ

 

 

รีวิวหลังทำRF (Radio-Frequency)

RF (Radio-Frequency),RF สลายไขมัน

 

 

สามารถอ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่

 

ฝากกดติตตามความงามสาระดีๆ
กดติดตามเพจ FB https://www.facebook.com/charmerclinic2you/
กดติดตาม Tiktok https://www.tiktok.com/@charmerclinic
กดติตตามช่อง Youtube https://bit.ly/2PZiVeR
กดติดตาม IG https://bit.ly/2PYXTwY
กดติดตาม Twitter https://twitter.com/CharmerClinic
กดอ่านบทความดีๆอัพเดท https://charmerclinic2you.com/
Click to rate this post!
[Total: 0 Average: 0]

แท็ค

#ปรับรูปหน้า botox botoxลดกราม Diode laser filler filler ใต้ตา hifu made collagen mesofat meso หน้าใส การฉีดฟิลเลอร์ กำจัดขน ก่อนฉีดฟิลเลอร์ ข้อดีร้อยไหม ฉีดfiller ฉีดผิวขาว ฉีดผิวขาวที่ไหนดี ฉีดฟิลเลอร์ ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ฉีดเมโสแฟต (Meso Fat) กินเหล้าได้ไหม ฉีดเมโสแฟต (Meso Fat) ต้องฉีดบ่อยแค่ไหน ฉีดเมโสแฟต (Meso Fat) เจ็บไหม ฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์ใต้ตา ฟื้นฟูผิว มาเด้คอลลาเจน รีจูรันกับเมโสกันแตกต่างกันยังไง รีวิวฟิลเลอร์ รีวิวร้อยไหม ร้อยไหม ร้อยไหมpdo ร้อยไหมก้างปลา ร้อยไหมเงี่ยง ศัลยกรรม หน้าใส เมโส เมโสหน้าใส เมโสแฟต เรสทิเลนฟิลเลอร์ เลเซอร์ เสริมจมูก โบท๊อก โบท๊อกซ์คืออะไร ไฮฟู
Share this

“ความสวยของคุณ คือเป้าหมายของเรา”

จองคิวที่ call center 085-9192768

สาขารัชดา โทร 094-5598748
สาขาอุดมสุข(บางนา) โทร 095-521-0666
สาขาเพชรเกษม 81 โทร 095-058-3666
สาขารังสิต โทร 094-696-5322
สาขาสุขุมวิท 39 โทร 093-241-4969
สาขา วัชรพล โทร 098-154-4454
สาขาเมเจอร์ปิ่นเกล้า โทร 083-978-0666
สาขาชัยพฤกษ์ โทร 096-016-1666 

ท่านสามารถแสดงความคิดเห็นที่ข้อสงสัยได้ที่ด้านล่างนี้

บทความที่น่าสนใจ

ไม่พบผลลัพท์