4 เลเซอร์กำจัดขน ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

4 เลเซอร์กำจัดขน นิยมมากที่สุด

4 เลเซอร์กำจัดขน ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

เบื่อไหมกับปัญหาเรื่องขนๆ อย่างการถอนขนจนเป็นตุ่มหนังไก่ โกนขนบ่อยจนเป็นขนคุด อยากให้ผิวเรียบเนียนไร้ขนแบบถาวรใช่ไหม ? ขอแนะนำให้ใช้วิธีกำจัดขนด้วย “การทำเลเซอร์กำจัดขน” เพราะเป็นวิธีที่จะกำจัดขนได้ลึกถึงรากขน และพลังของแสงเลเซอร์ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น ช่วยแก้ปัญหาตุ่มหนังไก่และขนคุดได้ด้วย มาดูกันเลยว่าเลเซอร์กำจัดขนแบบไหนที่ได้รับความนิยมและปังที่สุด 

กำจัดขนด้วยเลเซอร์

กำจัดขนด้วยเลเซอร์

 

  1. Diode laser

Diode Laser(ไดโอด เลเซอร์) ถือเป็นหนึ่งในเลเซอร์กำจัดขนที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะเป็นเลเซอร์ที่ถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพในการกำจัดขนที่สูงขึ้น สามารถจับเม็ดสีที่รากขนและหยุดการทำงานของเส้นเลือดที่มาเลี้ยงบริเวณขนได้ โดยเป็นเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นอยู่ที่ 808-810, 940, 1,350-1,064 นาโนเมตร 
เลเซอร์ ไดโอด (Diode laser) ทำงานด้วยการพุ่งเข้าไปจับเมลานินที่อยู่ในเส้นขน โดยลงไปได้ลึกถึงผิวหนังชั้นในส่วนลึก ทำให้รากขนถูกทำลาย ส่งผลให้เส้นขนที่เกิดใหม่เส้นบางและขึ้นน้อยลง และไม่เป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อผิวหนังบริเวณโดยรอบ หลังทำเลเซอร์ 5-6 ครั้ง เส้นขนจะไม่ขึ้นมาอีก หรือขึ้นมาเป็นขนอ่อนๆ เส้นบางๆ และขึ้นน้อยมาก เลเซอร์ Diode มีจุดเด่นคือเป็นเลเซอร์ที่มีระบบความเย็น ซึ่งช่วยให้เวลาทำเลเซอร์ไม่รู้สึกเจ็บใดๆ จะรู้สึกอุ่นๆ ร้อนได้บ้างหากขนบริเวณที่ทำหนา ไดโอด เลเซอร์ (Diode laser)ช่วยปกป้องผิว ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวบริเวณนั้นดูเรียบเนียนขึ้นด้วย

 

ข้อดี ไดโอด เลเซอร์ (Diode laser)
  • การทำรวดเร็ว
  • ไม่เจ็บ
  • ราคาไม่สูงมาก

ข้อเสีย ไดโอด เลเซอร์ (Diode laser)

  • คนผิวคล้ำมาก อาจจะเบิร์นได้หากปรับพลังงานสูง
  • ขนเส้นใหญ่บางจุด อาจจะร้อนมากได้บ้าง
  1. Long Pulse ND YAG (ลองเพ้าส์ เอ็นดิแยก)
Long Pulse ND YAG หรือที่เรียกย่อๆ กันว่า “YAG” เป็นเลเซอร์กำจัดขนตัวใหม่ที่นิยมมากในไทย เพราะมีความเข้มข้นของลำแสงสูงถึง 1,064 นาโนเมตร โดยจะปล่อยพลังงานในช่วงความถี่ที่สามารถทำลายรากขนโดยไม่ทำลายผิวหนังบริเวณข้างเคียงขณะยิงเลเซอร์ และในขณะที่ทำจะมีแก๊สเย็นปล่อยออกมาเพื่อทำความเย็นให้กับผิวชั้นบนและปกป้องผิวบริเวณที่ทำเลเซอร์ให้ปลอดภัย
Long Pulse ND YAG ทำงานด้วยพลังแสงเลเซอร์ความเข้มข้นสูงที่ยิงตรงเข้าไปทำลายถึงรากขน โดยเลเซอร์จะถูกส่งเข้าสู่ผิวหนังระดับลึก ความร้อนจะทำลายเซลล์รากขนและโครงสร้างของเส้นขน ทำให้เส้นขนค่อยๆ หลุดร่วง และช่วยหยุดการเกิดใหม่ของเส้นขน ส่งผลให้เส้นขนลดน้อยลง หรือเส้นขนที่เกิดใหม่จะบางลงมากๆ

ข้อดี Long Pulse ND YAG

  • ยิงพลังงานลงลึก จับเส้นขน
  • เห็นผลได้ดี ตั้งแต่ครั้งแรก

ข้อเสีย Long Pulse ND YAG

  • ค่อนข้างเจ็บ บางคนอาาจจะทนไม่ได้
  • ราคาสูง
  • ใช้เวลาทำนาน หากบริเวณกว้างเช่น ขา แขน
  1. Alexandrite Laser (อเล็กซานไดร์ เลเซอร์ )
Alexandrite Laser เป็นเลเซอร์ที่มีช่วงความยาวคลื่น 755 นาโนเมตร พลังงานที่ใช้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยในการกำจัดขนมากกว่าเครื่อง IPL และยังเป็นเลเซอร์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากยุโรป 
Alexandrite Laser จะทำงานโดยส่งแสงตามความยาวคลื่นไปยังเส้นขนและรากขน พลังงานเลเซอร์จะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนและเข้าไปทำลายรากขน โดยไม่ส่งผลกระทบต่อผิวหนังบริเวณใกล้เคียง หลังการทำเลเซอร์รากขนจะค่อยๆ หยุดการสร้างเส้นขนใหม่ ทำให้เส้นขนที่ขึ้นมาใหม่น้อยลงหรือบางลง 

ข้อดี Alexandrite Laser

  • พลังงานลงลึกเส้นขน ตามแต่ละจุด
  • เหมาะกับขนสีอ่อน เช่นคนผมบลอนด์

ข้อเสีย Alexandrite Laser

  • ขนสีดำแบบคนไทย อาจจะทำให้เบรินง่าย
  • เวลาค่อนข้างร้อนสะสม
  • ราคาสูง

 

  1. IPL LASER (ไอพีแอล เลเซอร์)

IPL หรือ Intense Pulsed Light เป็นหนึ่งในวิธีกำจัดขนที่นิยมมากในไทยเพราะราคาถูก มีกลไกการทำงานคือการยิงลำแสงสเปกตรัม ซึ่งเป็นลำแสงที่มีความกว้างและมีหลายช่วงคลื่น คล้ายกับแสงแฟลชของกล้องถ่ายรูป ทำให้เซลล์เม็ดสีในผิวดูดซึมพลังงานแสงและเปลี่ยนเป็นความร้อน ส่งผลให้สามารถกำจัดต่อมรากขนและป้องกันการเกิดขนบริเวณนั้นๆ 
ข้อควรระวังในการทำ IPL ก็คือคลื่นแสงจะมีการกระจายตัวมากกว่าแสงเลเซอร์ ผิวหนังบริเวณรอบๆ ที่ทำจึงอาจได้รับผลกระทบไปด้วย แต่จะไม่ทำลายหนังกำพร้าหรือผิวชั้นนอก และอาจต้องทำหลายครั้งเพื่อให้เส้นขนมีสีอ่อนและเส้นบางลง 
ข้อดี IPL
  • ราคาประหยัด
  • ไม่เจ็บมากเวลาทำ
  • ช่วยเรื่องผิวขาวใส
ข้อเสีย IPL
  • เจ็บบ้างในคนผิวคล้ำ และอาจจะเบรินง่าย
  • ทำบ่อยกว่า ทำบ่อยกว่าเลเซอร์ทั่วไป
เลเซอร์กำจัดขนแบบไหนดีที่สุด

เลเซอร์กำจัดขนแบบไหนดีที่สุด

เลเซอร์กำจัดขนแบบไหนดีที่สุด ?

ปัจจุบันมีเลเซอร์กำจัดขน( Hair removal laser) ให้เลือกมากมาย ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีข้อดีหรือข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ส่วนคำถามที่ว่าเลเซอร์กำจัดขนแบบไหนดีที่สุด เราอาจต้องพิจารณาหลายๆ อย่างร่วมกัน ได้แก่
ความยาวของช่วงคลื่น เพราะส่งผลโดยตรงต่อการกำจัดขน ยิ่งมีความยาวของช่วงคลื่นสูงก็จะสามารถกำจัดขนได้ดี ขอแนะนำว่าให้เลือกพลังงานเลเซอร์ที่มีความยาวช่วงคลื่นตั้งแต่ 900 นาโนเมตรขึ้นไป เช่น  “Long Pulse ND YAG” มีความยาวช่วงคลื่น 1,064 นาโนเมตร หรือ “Diode laser” ที่มีความยาวช่วงคลื่น 940 และ 1,350-1,064 นาโนเมตร เป็นต้น
ปัจจัยเรื่องของสีผิว สีเส้นขน และปริมาณเส้นขนในบริเวณที่ทำ เพราะเลเซอร์แต่ละแบบก็จะมีข้อจำกัดในการทำที่แตกต่างกัน 
  • Diode Laser เหมาะสำหรับคนที่มีผิวขาว ผิวสีกลาง แต่จะไม่เหมาะกับคนผิวแทน คนที่มีเส้นขนที่หนาและสีเข้มทำแล้วจะเห็นผลมากกว่าคนที่มีเส้นขนสีอ่อนๆ มักนิยมใช้กับบริเวณแขน ขา และบริเวณกว้างๆ ไม่เหมาะกับการทำเลเซอร์ที่ผิวหน้าหรือในบริเวณเล็กๆ 
  • Long Pulse ND YAG เหมาะสำหรับทุกสีผิวและสีเส้นขน และเหมาะกับจุดที่ต้องการเก็บรายละเอียดเล็กๆ เช่น ใบหน้า หนวดเครา รักแร้ จุดเด่นของเลเซอร์นี้คือสามารถรักษาเส้นเลือดเล็กๆ บริเวณใบหน้าและขาได้ด้วย  แต่เวลานาน ราคาสูง
  • Alexandrite Laser เหมาะสำหรับคนที่มีผิวขาว ผิวโทนเหลือง แต่จะไม่เหมาะกับคนที่มีเส้นขนสีบลอนด์หรือสีแดง มักนิยมใช้ทำเลเซอร์บริเวณกว้างๆ อย่างเลเซอร์ขา
  • IPL Laser เหมาะสำหรับคนที่มีผิวค่อนข้างขาว และมีงบจำกัดเพราะราคาไม่แพง มักนิยมใช้กับใบหน้า ขา หลัง บิกินี่ รักแร้ และส่วนที่บอบบาง 
กำจัดขนด้วยเลเซอร์อยู่นานแค่ไหน

กำจัดขนด้วยเลเซอร์อยู่นานแค่ไหน

ทำเลเซอร์กำจัดขน แล้วอยู่ได้นานแค่ไหน ?

ในการทำเลเซอร์กำจัดขนครั้งแรกจะช่วยทำให้เส้นขนฝ่อลง 20-30% โดยหลังทำเลเซอร์ไปประมาณ 3-4 ครั้ง ก็จะเริ่มเห็นผลว่าเส้นขนเริ่มหลุดออกจากผิวหนัง และเมื่อทำเลเซอร์ครั้งที่ 5 จะสังเกตได้เลยว่าเส้นขนเริ่มน้อยและบางลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อครบ 8 ครั้งก็จะไม่มีเส้นขนขึ้นบริเวณนั้น และสามารถอยู่ได้นานถึง 2 ปี ในบางคนอาจมีขนขึ้น แต่จะเป็นเส้นขนที่อ่อนมากๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวหนัง สีผิว และความหนาของเส้นขนด้วย จึงจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำเสมอ 
ทำเลเซอร์กำจัดขนเจ็บไหม ?
การทำเลเซอร์กำจัดขนนั้นไม่เจ็บ หรือหากเจ็บก็จะอยู่ในระดับที่สามารถทนได้ จากประสบการณ์ของผู้ทำส่วนใหญ่มักบอกว่า “ไม่เจ็บ” หรือ “ฟีลเหมือนหนังยางดีด มดกัดเบาๆ” ทั้งนี้เลเซอร์กำจัดขนรุ่นใหม่ๆ อย่าง Diode Laser และ Long Pulse ND YAG จะมีระบบการปล่อยความเย็นขณะทำเลเซอร์ ซึ่งจะทำให้ไม่รู้สึกเจ็บและช่วยปกป้องผิวขณะทำได้ดีขึ้นด้วย 
ระยะเวลาในการทำเลเซอร์กำจัดขน
การทำเลเซอร์กำจัดขนต่อครั้งใช้เวลาไม่นาน โดยจะข้ึนอยู่กับขนาดบริเวณที่ทำและความหนาแน่นของเส้นขน เช่น เลเซอร์บริเวณเล็กๆ อย่างรักแร้ จะใช้เวลาทำประมาณ 15-30 นาที ส่วนเลเซอร์ในบริเวณกว้างๆ อย่างขา จะใช้เวลาทำประมาณ 30 นาที – 2 ชั่วโมง
สรุปได้ว่าเลเซอร์กำจัดขนที่นิยมทำกันมีอยู่ 4 แบบ ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป ทั้งนี้ก่อนจะทำเลเซอร์กำจัดขน เราก็ขอแนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำเสมอ เพื่อให้แพทย์ดูว่าสีผิว เส้นขน และบริเวณที่เราจะทำเลเซอร์นั้นเหมาะกับการทำเลเซอร์แบบไหน เพื่อให้ผลลัพธ์ในการกำจัดขนออกมาดีที่สุด

 

 

 

ดูวีดีโอที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้ที่ Youtube

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้ที่
กําจัดขน Diode laser (ไดโอด เลเซอร์) ดีไหม https://2ww.me/nj6re

 

ฝากกดติตตามความงามสาระดีๆ
กดติดตามเพจ FB https://www.facebook.com/charmerclinic2you/
กดติดตาม Tiktok https://www.tiktok.com/@charmerclinic
กดติตตามช่อง Youtube https://bit.ly/2PZiVeR
กดติดตาม IG https://bit.ly/2PYXTwY
กดติดตาม Twitter https://twitter.com/CharmerClinic
กดอ่านบทความดีๆอัพเดท https://charmerclinic2you.com/
สนใจสอบถามปรึกษาแพทย์/นัดคิว
จองคิวที่📲 call center 085-919-2768
  • สาขารัชดา (MRTรัชดาภิเษก) โทร 094-559-8748
  • สาขาอุดมสุข(บางนาโทร 095-521-0666
  • สาขาเพชรเกษม 69 (victoria garden) โทร 095-058-3666
  • สาขารังสิต (ตรงข้ามฟิวเจอร์พาร์ค) โทร 094-696-5322
  • สาขาสุขุมวิท39 (ตึก Bio House) โทร 093-241-4969
  • สาขาราชพฤกษ์ (The Walk ) โทร 081-444-6395
  • สาขาวัชรพล (the platinum place) โทร 098-154-4454

Click to rate this post!
[Total: 0 Average: 0]
บทความที่เกี่ยวข้อง

แท็ค

Aestox ดีไหม botox botoxลดกราม filler filler ใต้ตา hifu juvederm filler made collagen mesofat meso หน้าใส Restylane การฉีดฟิลเลอร์ การฉีดโบท๊อกซ์ ข้อดีร้อยไหม ฉีดfiller ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ฉีดเมโสแฟต (Meso Fat) กินเหล้าได้ไหม ฉีดเมโสแฟต (Meso Fat) กี่เข็มเห็นผล ฉีดเมโสแฟต (Meso Fat) จุดไหนได้บ้าง ฉีดเมโสแฟต (Meso Fat) ต้องฉีดบ่อยแค่ไหน ฉีดเมโสแฟต (Meso Fat) เจ็บไหม ฉีดแฟตบอม ทรงจมูก ฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์คาง ฟิลเลอร์ใต้ตา มาเด้คอลลาเจน รีวิวฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา รีวิวร้อยไหม รีวิวโบท๊อกซ์ ร้อยไหม ร้อยไหมpdo ร้อยไหมก้างปลา ร้อยไหมยกกระชับหน้า ร้อยไหมเงี่ยง วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ ศัลยกรรม ศัลยกรรมเสริมจมูก หลังร้อยไหม เมโส เมโสแฟต เสริมจมูก โบท๊อก โบท๊อกซ์คืออะไร ไฮฟู
Share this

“ความสวยของคุณ คือเป้าหมายของเรา”

จองคิวที่ call center 085-9192768

สาขา เพชรเกษม 69 โทร: 095-058-3666
สาขา อุดมสุข โทร: 095-521-0666
สาขา รังสิต (คลอง3) โทร: 094-696-5322
สาขา รัชดา โทร: 094-559-8748
สาขา อโศก โทร: 093-241-4969
สาขา พรอมานาด โทร: 098 – 154 – 4454
สาขา ราชพฤกษณ์ (สัมมากร เพลส) โทร: 096-016-1666
สาขา ปิ่นเกล้า Major Cineplex Pinkao โทร : 083-978-0666

ท่านสามารถแสดงความคิดเห็นที่ข้อสงสัยได้ที่ด้านล่างนี้

บทความที่น่าสนใจ

เมนู